อมก๋อย in love

posted on 17 Dec 2009 00:24 by blackeyepim

พิกัด : อ.อมก๋อย เชียงใหม่ ไทยแลนด์

วันที่ : 12-16 ธ.ค. 52

 

อมก๋อย?? พอบอกคนรอบตัวว่าจะไปเที่ยวที่นี่ คำถามแรกคือ...

อมก๋อย มันมีอะไร(วะ)??

 

ถ้าคำว่า "อะไร" ที่ถามหา มันคือ แสงสี ที่ช้อปปิ้งของเก๋ๆ รีสอร์ทฮิปๆ ฯลฯ

ก็คงต้องบอกว่า ที่อมก๋อย คงไม่มี "อะไร" แบบนั้น

 

แต่ถ้าคำว่า "อะไร" คือ ธรรมชาติแบบดิบๆ อากาศหนาวเย็น บรรยากาศดีๆ หมู่บ้านชาวเขา

ผู้คนเป็นมิตร แนวๆ นั้น ก็ตอบได้เลยว่า อมก๋อย มีเต็มๆ

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาที่นี่ ตอนได้ยินชื่ออำเภอนี้ ก็สะดุดตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ว่าชื่อแปลกดี

ละก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามันมีที่เที่ยวไรบ้าง แล้วก็ไม่คิดหาข้อมูลด้วย

 

เพราะไม่อยากจะไปคิดว่า เด๋วไปแล้วจะได้เจออะไร ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้มากมาย

แค่อยากออกไปเที่ยวต่างจังหวัดแค่นั้น..

 

และด้วยความที่ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้ทั้งสิ้น การไปเที่ยวครั้งนี้ เลยได้เก็บความประทับใจ

ความสุข ไว้แบบเต็มๆ

 

 

มาเชียงใหม่กับภาคเหนือก็ตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ก็นานแล้วที่ได้รู้สึกว่า อากาศหนาวแบบจริงๆจังๆ นี่มันเป็นไง

(เคยรู้สึกแต่กับตอนดึกๆ ที่อ่างขาง แต่กลางวันอ่างขางนี่ร้อนตับแล่บได้เหมือนกัน)

แต่กับการมาอมก๋อย ตั้งแต่ตอนแรก ที่เปิดประตูรถลงมานี่ก็แทบคว้าเสื้อหนาวมาแทบไม่ทัน 

 

คงเป็นเพราะมาถึงตอนเช้ามืดด้วย (ออกจากบ้านตอนบ่ายสามครึ่ง มาถึงอมก๋อยประมาณตีห้าได้

แต่ก็แอบแวะที่มช.นิดนึง พอดีน้องไปงานที่คณะ)

 

อากาศตอนตีห้า คิดว่าน่าจะต่ำกว่าสิบองศา (มารู้ทีหลังว่าประมาณ 5 องศาได้ กรี๊ดดดด สวรรค์!!! รอคอยมานานน)

แต่อากาศก็จะอุ่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่า ยังคงอากาศดีอยู่

 

วันต่อมา ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามคณะนึงที่เค้าจะไปบริจาคเสื้อหนาวกับทำอาหารเลี้ยงเด็ก

ที่โรงเรียนบนดอย ชื่อเต็มๆ ว่า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านแม่ระมีดน้อย 

 

เด็กๆ รีเควสว่า อยากกินก๋วยเตี๋ยว

Photobucket

 ป.ล. งานนี้เราเป็นแค่ผู้ติดตามคณะเค้าเท่านั้นเอง ไม่ได้ช่วยจัดเตรียมการใดๆ เลยอ่ะนะ แบบว่าเผอิญได้เข้าร่วมขบวนด้วยแบบฟลุ๊คๆ 

 

 

สักพักก็ครอบครัวเราก็ไปต่อ เพราะเป้าหมายคืนนี้คือ "ห้วยจิโน"

Photobucket

Photobucket 

เส้นทางไปห้วยจิโน ออฟโรดพอควร มองไปข้างๆ ก็เสียวแฮะ คงเพราะบางช่วงเป็นป่าหัวโล้นด้วย เลยมองลงไปเป็นเหวซะงั้น 

 

มีคนบอกว่า ถ้าจะเที่ยวดอยแถวนี้เองให้ไม่หลง ก็คงต้องใช้ GPS (แต่ได้ข่าวว่าขนาดมี GPS ก็ยังมีคนหลงมาแล้ว เพราะมันครอบคลุมไม่ทั่ว) 

 

แต่เราโชคดี ได้ผู้นำทางเป็นคนปะกากะยอที่ชำนาญพื้นที่มากๆชื่อ คุณสีปุก (ลืมถามเลยว่าแปลว่า่ไร)

ละก็คุณสีปุกนี่เอง ยิ่งกว่ามี GPS อ้ะ ไม่มีหลง รู้ทั้งทางตรง ทางอ้อม ทางไหนชาวบ้านเดิน ทางไหนไปไหน

นอกจากเรื่องทางแล้ว การมีคนพื้นที่ไปด้วย ทำให้เราได้รู้ข้อมูล เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เข้าออกหมู่บ้านชาวเขาได้โดยที่เค้าไม่กล้าๆ กลัวๆ พวกเราอ่ะนะ

Photobucket

คุณสีปุกกับแดดยามเช้า ที่ห้วยจิโน เห็นอย่างงี้ อากาศเย็นมากๆๆๆ เลยนะ

ป.ล. คนกะเหรี่ยงเค้าชอบให้เราเรียกว่าปะกากะยอนะ คงแนวๆ คนจีนไม่ชอบให้เรียกเจ๊ก คนแขกไม่ชอบให้เรียกแขก ประมาณนั้นอ่ะนะ

 

และแล้ว จากการเดินทางออฟโรดที่แสนทรหด ตับม้ามเครื่องในแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน รถกระโดกไม่ได้หยุดเลย

 

เราก็มาถึง "ห้วยจิโน" เอาเต็มๆ ที่ๆ เราไปพัก ชื่อว่า หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน

Photobucket

มุมกว้างที่ทางเข้าห้วยจิโน พยามถ่ายพาโนฯ จากกล้องมือถือ แสงเงาเลยเพี้ยนเยี่ยงนี้ แต่บรรยากาศทางเข้างามอย่างนี้จริงๆ นะ แสงแดดอ่อนๆ ให้ความอบอุ่นขึ้นอีกนิด (ปกติเกลียดแดดมากๆ เพราะมันร้อน แต่มานี่ กลับรักแดดแฮะ)

 

Photobucket ที่จอดรถ เค้าทำช่องจอดเป็นแนวหญ้า ธรรมชาติดีนะ

โชคดีที่ขึ้นไปวันจันทร์แล้วก็ไม่ใช่ช่วงเทศกาล เราเลยได้พบกับห้วยจิโนในอีกมุม

เพราะถ้าเป็นช่วงหวันหยุดหรือเทศกาล ลานจอดรถตรงนี้ก็จะเต็มไปด้วยรถมากมายเลยล่ะ นี่ขนาดมันไม่ได้ขึ้นมาง่ายๆ นะเนี่ย

 

ทางเข้าว่างามแล้ว พอมาเจอวิวหน้าที่พัก แทบกรี๊ดดด

Photobucketวิวจากบนที่พัก เปิดประตูออกมาก็เจอลานโล่งๆ มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนมากมาย

ถ้าวันไหนฟ้าดีๆ จากมุมนี้ สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ได้เลยนะ (ห้วยจิโนสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1600 m. ดอยอิน 2500 m.)

ลานตรงเสาธงนั่น ถ้าคนเยอะๆ ก็จะมีเต้นท์ๆๆๆ และเต้นท์เต็มไปหมด

 

 Photobucket

 อันนี้มองจากสนามด้านล่างที่พัก

 

เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วหายเหนื่อยเลย รู้สึกคุ้มค่ามากๆ ที่ไต่ดอยขึ้นมาเนี่ย~~

Photobucket

Photobucket

 

 

ยามเช้า รอบๆ ที่พัก

ประมาณ 7 โมงกว่าๆได้ พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น ยังหนาวๆ อยู่ น่าจะประมาณสิบองศานิดๆ แต่เจอแดดก็อุ่นขึ้น

Photobucket

 

มีสามห้องนอน (ห้องนอนนึงเป็นกึ่งๆ ห้องนั่งเล่นด้วย แบบว่ามีเบาะนอนให้ ละก็มีเตาผิง มีชุดรับแขก) สองห้องน้ำ ละก็มุมนั่งทานอาหารชิวๆ รอบๆ บ้าน

Photobucket

 

เห็นวิวตอนเช้ากะกลางวันสวยๆ แบบนี้แล้ว แต่พอตอนกลางคืน เราว่ามันเป็นอีกความรู้สึกนึงเลยอ่ะ

อากาศหนาวๆ ถ้าลงมาตรงลานเสาธงแล้วมองท้องฟ้านะ เหมือนดูท้องฟ้าจำลองแบบ 360 องศาเลย

(แปลกๆ เนอะ มาเจอท้องฟ้าของจริงใหญ่ๆ แบบไม่มีตึกไม่มีเสามาบัง กลับคิดไปถึงท้องฟ้า "จำลอง" ซะได้ 555) 

 

โชคดี (อีกแล้ว) ช่วงที่ไปเป็นช่วงมีดาวตกพอดี แต่เราอยู่ไม่ถึงอ่ะ น้องบอกว่าประมาณตีสองถึงตีสี่ ดาวตกเยอะมากกก เราดูไหวแค่ช่วงสี่ทุ่ม ก็มีบ้างนิดหน่อย นานๆ มาที

แต่ถึงไม่เห็นดาวตกเยอะๆ แถมอากาศก็หนาวได้ใจ จนต้องนอนขดตัวอยู่ในถุงนอนเป็นดักแด้ก็เหอะ แค่ได้นอนมองท้องฟ้าแล้วมีดาวเพียบแบบ 360 องศา โดยไม่มีไรมาบังตานี่ก็มีความสุขสุดๆ ละอ่ะ

 

อ้อ! ที่นี่มีหิงห้อยด้วย แต่ไม่เยอะ พอมีแสงแว๊บๆ บินไป บินมา

แล้วก็นั่งๆ ไปได้ยินเสียงกระดึงวัวจากหุบเขาข้า่งล่างลอยมาไกลลิบๆ ด้วย ชอบจัง

Photobucket

ไม่สามารถถ่ายรูปตอนกลางคืนมาได้ วาดเอาละกันนะ --"

 

ปุ๋ง.หลุ๋ง. ที่พักที่ห้วยจิโนนี่ ไม่เรียกเก็บค่าที่พักนะ แล้วแต่ศรัทธาเลย ว่าเราจะให้ค่าดูแลที่พักเค้าเท่าไหร่

ก็จะมีกล่องไปรษณีย์กะซองไว้ให้หย่อนค่าบำรุงรักษา แล้วก็จะมีสมุดให้ลงชื่อว่าเราบริจาคไปเท่าไหร่

ส่วนทิปก็ไให้ที่คนดูแลโดยตรงเลย 

 

ปุ๋ง.หลุ๋ง. นอกจากที่พักแล้ว ที่นี่ยังมีห้องครัวกับเครื่องครัวต่างๆ ไว้ให้บริการเราด้วยนะ เราก็แค่เอาวัตถุดิบขึ้นไปทำเอง อ้อ!! มีเตาปิ้งบาร์บีคิวด้วย มีเตาถ่านไว้ให้นั่งผิงไฟหรือปิ้งมันปิ้งเผือกกินแก้หนาวได้ด้วยนะ

 

มีจุดให้ไปดูพระอาทิตย์ตกด้วยนะ ขับรถออกมาใกล้ๆ เอง

Photobucket

 

แบบพาโนฯ จากเนินเขาด้านบน รอยต่อห่วยอีกแล้ว เหมือนมีเฮอริเคนเข้า

Photobucket

 

รอดูๆ พระอาทิตย์ตก

Photobucket

 

พระอาทิตย์ตกแล้ววว~~ โรแมนติกจริงๆ

Photobucket

 

นอกจากห้วยจิโนที่เราพักแล้ว เราก็ได้มีโอกาสออกไปเที่ยวตามหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่ดอยใกล้ๆ นี่ด้วย

ในละแวกนี้ก็มีหลายหมู่บ้านนะ ส่วนใหญ่เป็นชาวปะกากะยอ ถ้าพวกมูเซอ เห็นว่าต้องไปอีกไกล เลยไม่ได้ไปอ่ะ

 

Photobucket

ขับรถไปเรื่อยๆ ก็จะได้เจอเค้าแบกฟืนกันอย่างนี้ มีทั้งคนแก่ คนสาวๆ เลยนะ แต่ไม่ยักเห็นผุชายแบกแฮะ

สีปุกบอกว่า ผุชายก็แบกเหมือนกันนะ ไม่ได้แบ่งชาย-หญิง แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วผุชายจะมีหน้าที่ออกไปหาเงินข้างนอกมากกว่า

 

Photobucket

 วิถีชีวิตชาวเขาตามหมู่บ้านต่างๆ เค้าแต่งตัวมีสีสันดีจัง ชอบๆ

 

Photobucket

สีปุกบอกว่า วัวที่เลี้ยงที่นี่ เค้าปล่อยให้มันออกไปกินอาหารเอง แล้วก็ไม่ต้องออกไปต้อนมันกลับมานะ

เด๋วมันเบื่อๆ แล้วมันก็จะพากันเดินกลับมาบ้านเอง บางทีก็สามสี่วันก็กลับมาบ้าน 

กลับมาก็เอาเกลือให้มันกิน แล้วเด๋วแปบๆ เวลามันนึกอยากไป มันก็ออกไปอีก

ดีเนอะ เป็นวัวที่นี่ สบายใจดี 555

 

Photobucket

ชาวเขาที่นี่ เค้าจะเลี้ยงทั้งวัว ไก่ หมู ซึ่งหมูก็จะเลี้ยงแต่หมูดำ เหมือนเป็นความเชื่ออ่ะ

อย่างไก่ ตะก่อนนี่พวกไก่ที่มีขนสีขาวๆ เค้าจะไม่เลี้ยงเลยนะ เพิ่งจะมาเลี้ยงตอนหลังๆ นี่เอง

แต่พวกหมูนี่ก็ยังเป็นหมูดำอยู่ 

 

พวกลูกหมูนี่ต่อให้ครอกเดียวกันก็โตไม่เท่ากันนะ แล้วแต่ว่าตัวไหนจะกินนมได้เยอะกว่า 55 น่ารักดี

 

บางทีขับๆ รถไป ก็ต้องชะลอๆ ให้พวกหมูนี่ข้ามถนนไปก่อนนะ แบบว่า มีแม่หมูนำ แล้วลูกๆ ก็วิ่งๆ ตามกันมาเป็นพรวน

 

 

Photobucket

เด็กน้่อยมุมขวาล่างนี่ ตอนแรกเราเห็นว่าเค้าอยู่กะผุหญิงสาวๆ คนนึง ก็เลยถามว่า ลูกกี่ขวบแล้วคะ??

เค้าก็รีบปฏิเสธ ว่าไม่ใช่ลูกๆ พอดีในร้านนี่มีผุชายหนุ่มๆ อีกคนอยู่ด้วย เค้าก็พูดแซวๆ มาว่า ไม่ใช่ลูกหรอกครับ เค้ายังไม่ได้แต่งกะผมเลย~~ วิ้วววว จีบกันโต้งๆ อย่างนี้เลย ผุสาวก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ เราก็ฮาไป

 

Photobucket

เด็กน้อยอารมณ์ดีซ้ายล่างนี่ก็น่ารักมากๆ เราเดินๆ อยู่ผ่านบ้านเค้า เค้าก็ทักมาว่า ครับผมๆ แล้วก็หัวเราะ ยิ้มให้ตลอด ปกติบางบ้านเด็กๆ ก็จะอายๆ ยิ้มให้เรา แต่ไม่กล้าทักคนแปลกหน้าเท่าไหร่ พอจะถ่ายรูป ก็จะหนีๆ

แต่คู่นี้กล้าดีพอเราเอากล้องออกมาถ่ายรูป ก็เก็กท่าอย่างที่เห็นนั่นแล แถมตอนเราจะไป เค้าก็บอกว่า บ๊ายบายด้วย 555

 

คนที่นี่เป็นมิตรมาก น่ารักๆๆๆ อย่างเด็กๆ ที่ไปเจอที่โรงเรียน เค้าก็จะไหว้ละก็พูด "สวัสดีค่ะ/ครับ" ตลอด แม้ว่าบางทีเราจะแค่เดินผ่าน ไม่ได้เข้าไปในโรงเรียนก็ตาม

 

 

แล้วเราก็ไป "สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ที่นาเกียน"

Photobucket

 

 Photobucket

เด็กน้อยนี่ชื่อตง ตง ลูกของเจ้าหน้าที่ที่เค้าดูแลสถานีเกษตรที่นี่ แก้มแดงๆ คิ้วขมวดๆ

ปกติพูดเก่งนะ แต่วันนี้เจอคนแปลกหน้าเลยเงียบๆ

Photobucket

สถานีเกษตรที่นี่ปลูกหลายอย่าง เท่าที่เราเห็นก็มีกะหล่ำหัวใจ กะหล่ำม่วง ถั่วลันเตา มะละกอ กาแฟ ซ้ายบนนั่นต้นหอมญี่ปุ่น ขายในห้างอย่างแพง แต่จากที่นี่ส่งกิโลละ 30 แต่เค้าส่งทั้งใบมันเลยนะ พอเอาไปกินจริงๆ กินแค่ต้นมัน

ลองซื้อมาผัดกินดู ก็หวานๆ ดี ตามประสาผักสดอ่ะนะ

 

นอกจากผักก็มีข้าวด้วย อย่างในรูปนั้นก็กะลังฝัดข้าวอยู่ (เรียกอย่างงี้มั้ยนะ??) เชี่ยวมากๆ ถ้าฝัดไม่เก่งข้าวมีสิทธิ์หกออกไปได้ เหอๆๆ

 

ส่วนขวาบนก็เป็นทองม้วนที่ทำมาจากจมูกข้าวที่เหลือจากที่เค้าฝัดนั่นแหละ ประโยชน์มากมายอ่ะ (ปกติชาวบ้านจะเอาส่วนนี้ไปให้หมูกิน แต่ที่สถานีเกษตรนี้เค้าพัฒนาเอามาทำเป็นทองม้วนแล้วยัดไส้หมูหยอง ส่งเป็นแพ็คๆ ไปขาย อย่างที่กรุงเทพตอนนี้ เค้าก็ส่งมาขายที่งานที่สวนอัมพร นอกนั้นก็มีขายตามอตก. ร้านในเชียงใหม่ไรงี้)

 

แล้วก็มีพวกน้ำมะขามป้อมด้วย ลองชิมแล้ว รสชาติเฝื่อนๆ อร่อยไปอีกแบบ ต้องกินแบบเย็นๆ นะ ห้ามใส่น้ำแข็ง รสมันถึงจะพอดี package ก็ดูโอเคเลย ไม่ได้บ้านๆ อ่ะ

 

 

ก่อนกลับห้วยจิโน พอดีผ่านทางที่เดินเข้าไปในนาขั้นบันไดได้เลยแวะ (ปกติเห็นลิบๆ จากยอดเขา)

แต่มันผ่านหน้าที่เค้าทำนาไปแล้ว ก็เลยได้เห็นแต่สีแห้งๆ แบบนี้ ถ้าเป็นตอนที่ข้าวกะลังสวย คงเป็นสีเขียวๆ น่าดูกว่านี้ แต่แบบนี้ก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ เห็นอย่างนี้อากาศไม่ร้อนนะ กะลังสบายๆ มีลมเย็นๆ พัดมาเรื่อยๆ

Photobucket

 

จบแล้วว~~ 

เป็นเอนทรีที่เขียนนานมากก แต่ก็ต้องรีบเขียน เพราะหน่วยความจำระดับปลาทอง แค่ข้ามคืนก็จำไม่ค่อยได้แล้ว

ป.ล. จะว่าไปเอนทรีนี้ดูมีสาระมากที่สุดตั้งแต่เขียนมา จุดพลุๆๆๆ PhotobucketPhotobucketPhotobucket

ป.ล. ว่าจะนอนให้นานซะหน่อย แมวก็ดันมากัดกันปลุกให้ตื่นซะนี่ แต่พอลงมาดู มันหายไปไหนไม่รู้

 

ไหนๆ ก็เรื่องแมวแล้ว เมื่อวานแอบเซ็ง ไม่อยู่หลายวันเปิดบ้านมาได้แต่กลิ่นขี้แมว ซึ่งก็ไม่ใช่ขี้ของแมวเรา แต่ดันเป็นแมวอื่นมาปล่อยกลางชามข้าวบางพลัดเลย!!! มันช่างกล้า

ที่คิดว่าเป็นแมวอื่นชัวร์ๆ เพราะตั้งแต่เลี้ยงบางพลัดมา มันไม่อึใส่จานข้าวแบบนี้แน่ๆ แถมยังได้กองขนแมวที่ผ่านการฟัดกันจนกระจุยมากองนึง (บ้านเราแมวอื่น รวมทั้งบางพลัด รู้ทางแอบเข้าบ้านทางช่องใต้ฝ้า ว่าจะปิดๆๆ ยังไม่ได้ทำซะที)

 

จบจริงๆ ละ

edit @ 17 Dec 2009 08:45:09 by BlackEyedPim

Comment

Comment:

Tweet

สวยอ่ะครับHot!
แค่ได้ยินชื่อ"อมก๋อย"ก็สะกิดใจแล้วconfused smile
อยากไปหนาวๆแบบนี้บ้างจัง
เบื่อกทม.
เมืองก็ร้อน
คนก็ร้อน
sad smile

#2 By นายสุกี้ on 2009-12-17 20:53

big smile Hot!

#1 By b-padung Studio on 2009-12-17 11:01